การทำรากฟันเทียม (Dental Implant) ทางเลือกใหม่ของคนที่สูญเสียฟัน เพื่อรอยยิ้มที่กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
การทำรากฟันเทียม (Dental Implant) คืออะไร?
รากเทียม (Dental Implant) คือเทคโนโลยีทันตกรรมที่ใช้ “แท่งไทเทเนียม” ฝังลงในกระดูกขากรรไกร เพื่อทำหน้าที่แทนรากฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป จากนั้นจะติดตั้งครอบฟันหรือสะพานฟันไว้ด้านบน เพื่อให้สามารถใช้งานเคี้ยวอาหาร พูด และยิ้มได้อย่างมั่นใจเหมือนฟันจริงทุกประการ
รากเทียมถูกออกแบบให้เข้ากับสรีระของขากรรไกรอย่างแม่นยำ มีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถใช้งานได้ในระยะยาว เป็นทางเลือกที่ดีกว่าฟันปลอมแบบถอดได้ซึ่งมักหลวม เคลื่อน หรือไม่สบายขณะใช้งาน
ข้อดีของ การทำรากฟันเทียม
1. ให้ความรู้สึกเหมือนฟันจริง
รากเทียมฝังแน่นอยู่ในกระดูกขากรรไกร จึงให้ความรู้สึกและการใช้งานใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติที่สุด ไม่ต้องกังวลว่าจะหลวม หลุด หรือเคลื่อนเมื่อเคี้ยวอาหาร
2. ช่วยรักษากระดูกขากรรไกร
เมื่อสูญเสียฟัน กระดูกบริเวณนั้นจะค่อย ๆ ยุบตัวลงตามเวลา การฝังรากเทียมจะช่วยกระตุ้นให้กระดูกยังคงแข็งแรงและไม่ยุบตัว ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อโครงหน้าและรูปปากในระยะยาว
3. ไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง
ต่างจากการทำสะพานฟันที่ต้องกรอฟันข้าง ๆ เพื่อเป็นฐานรอง รากเทียมไม่กระทบกับฟันอื่น ทำให้ฟันธรรมชาติข้างเคียงยังคงสภาพดี
4. สวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ
ครอบฟันที่ติดตั้งบนรากเทียมสามารถออกแบบสีและรูปทรงให้ใกล้เคียงกับฟันจริง จึงดูเป็นธรรมชาติและกลมกลืนกับฟันข้างเคียง
5. อายุการใช้งานยาวนาน
หากดูแลอย่างเหมาะสม รากเทียมสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 10–20 ปี หรือบางรายอาจอยู่ได้ตลอดชีวิต
ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม
1. ตรวจและประเมินสภาพช่องปาก
ทันตแพทย์จะทำการเอกซเรย์หรือสแกน 3 มิติเพื่อประเมินสภาพกระดูกขากรรไกร สุขภาพช่องปาก และวางแผนตำแหน่งการฝังรากเทียมอย่างละเอียด
2. วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
จากผลการตรวจ ทันตแพทย์จะวางแผนการฝังรากเทียมที่เหมาะสมกับโครงสร้างฟันและกระดูกของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาปลอดภัยและแม่นยำที่สุด
3. ฝังรากเทียม (Implant Placement)
ทำการฝังแท่งไทเทเนียมลงในตำแหน่งรากฟันเดิม ภายใต้การใช้ยาชาเฉพาะจุด ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง และต้องรอให้กระดูกยึดติดกับรากเทียมอย่างสมบูรณ์ในระยะเวลา 3–6 เดือน
4. ติดตั้งแกนรองและครอบฟัน
เมื่อรากเทียมยึดแน่นกับกระดูกแล้ว ทันตแพทย์จะติดแกนรอง (Abutment) และครอบฟันที่ออกแบบให้เข้ากับสีและรูปทรงของฟันจริง เพื่อให้ได้รอยยิ้มที่สวยงามและใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ
5. ดูแลและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ผู้เข้ารับการรักษาควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รากเทียมอยู่ในสภาพสมบูรณ์และใช้งานได้ยาวนาน
การดูแลตัวเองหลังทำ การทำรากฟันเทียม
หลังจากเข้ารับการฝังรากเทียมแล้ว การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะช่วยให้แผลหายเร็ว รากเทียมยึดติดกับกระดูกได้สมบูรณ์ และสามารถใช้งานได้ยาวนานโดยไม่เกิด
1. แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
การรักษาความสะอาดในช่องปากเป็นสิ่งสำคัญที่สุดหลังการทำรากเทียม เพราะคราบพลัคหรือเศษอาหารที่ตกค้างอาจทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกบริเวณรอบรากเทียมได้
ควรใช้แปรงขนนุ่มและแปรงเบา ๆ โดยเฉพาะในช่วง 1–2 สัปดาห์แรกหลังทำ เพื่อไม่ให้กระทบต่อแผลผ่าตัด และควรใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันช่วยทำความสะอาดบริเวณระหว่างฟันทุกวัน เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย
2. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งในช่วงแรกหลังทำ
ภายใน 1–2 สัปดาห์แรกหลังฝังรากเทียม ควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เหนียว หรือกรอบ เช่น ถั่วแข็ง ข้าวโพดคั่ว หรือเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ เพราะแรงกดอาจทำให้แผลบวม หรือกระทบต่อการยึดติดของรากเทียมได้ แนะนำให้ทานอาหารอ่อน เช่น โจ๊ก ซุป ข้าวต้ม หรือผลไม้เนื้อนิ่ม เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
3. งดสูบบุหรี่ เพราะอาจส่งผลต่อการยึดติดของรากเทียม
การสูบบุหรี่มีผลโดยตรงต่อการหายของแผลและการยึดติดของรากเทียมกับกระดูก เนื่องจากสารนิโคตินจะลดการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนในเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหายช้าและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ดังนั้นควรงดสูบบุหรี่ก่อนและหลังทำรากเทียมอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและยืดอายุการใช้งานของรากเทียมให้นานที่สุด
4. พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเพื่อตรวจและทำความสะอาด
แม้จะดูแลฟันอย่างดีที่บ้าน แต่การพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กและขูดหินปูนเป็นประจำทุก 6 เดือนก็ยังจำเป็น เพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจดูสุขภาพเหงือก ความแน่นของรากเทียม และทำความสะอาดในบริเวณที่เข้าถึงยาก การตรวจอย่างสม่ำเสมอยังช่วยให้สามารถป้องกันและรักษาปัญหาเล็ก ๆ ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนจะลุกลามจนกระทบต่อรากเทียมในระยะยาว
ทำไมต้องทำรากเทียมกับ GDC Dental Clinic
ที่ GDC Dental Clinic เราให้บริการฝังรากเทียมโดยทันตแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมช่องปากและทันตกรรมรากเทียมโดยตรง พร้อมเทคโนโลยี 3D Digital Implant Planning ที่ช่วยวางแผนการฝังรากเทียมอย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยง และให้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยสูงสุด
นอกจากนี้ เรายังเลือกใช้วัสดุรากเทียมคุณภาพระดับพรีเมียม เพื่อให้มั่นใจได้ในความแข็งแรง อายุการใช้งานยาวนาน และผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
